BMW Series 3 นวัตกรรมใหม่ของยานยนต์ ดีไซน์สปอร์ต 4 ประตู

0
38
BMW Series 3

BMW Series 3 2020 คือ นวัตกรรมใหม่ของยานยนต์ ดีไซน์สปอร์ต 4 ประตู  ซึ่งต้องบอกเลยว่ารุ่น ซีรี่ย์ 3 จะมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไปในแต่ละโฉม ซึ่งวันนี้ ผมจะพาทุกท่านไปดูตำนานของ Series 3 ที่กำเนิดขึ้นมาแล้ว 40 กว่าปี ไปดูกันเลยครับว่าจะมีโฉมอะไรบ้าง

หัวข้อสำคัญ เกี่ยวกับ BMW Series 3

  • จุดเริ่มต้นของ ซีรี่ย์ 3
  • BMW E30 (ค.ศ. 1982-1994)
  • BMW E36 (ค.ศ. 1990-2000)
  • BMW E46 (ค.ศ. 1997-2006)
  • รุ่นที่ 5 (ค.ศ. 2005-2013)
  • BMW F30/F31/F34 (ค.ศ. 2011-ปัจจุบัน)
  • สรุป

BMW E21 (ค.ศ.1975-1983)

BMW E21 (ค.ศ.1975-1983)

มาเริ่มกันที่รุ่นแรกของ ซีรี่ย์3 ที่ถือกำเนิดขึ้นมาแทนที่ตัวเก่าจาก ซีรี่ย์02 เป็นรถซีดาน 2 ประตู หลังคาก็มีให้เลือกแบบถอดได้อีกด้วย ตัวรุ่นนี้มาพร้อมกันเครื่องยนต์ขนาด 1.6 – 2.0ลิตร แบบ 4 สูบ และแบบ 6 สูบ ที่มีขนาดความจุที่ 2.0-2.3 ลิตร ที่สามารถทำกำลงสูงสุดได้ที่ 74-141 แรงม้า ด้วยเกียร์ 3 สปีด ของ ZF และสามารถเลือกเกียร์แบบธรรมดาแบบ 4 และ 5 สปีดได้ ตัวรถถูกออกแบบให้ขับเคลื่อนล้อหลัง รูปทรงดูเป็นเอกลักษณ์และเท่ไม่เหมือนใครจริงๆ ซึ่งหากใครที่ต้องการจะได้มาคลองละก็ ไม่ง่ายเลยนะครับ เพราะตัวนี้มีในประเทศไทยเพียงแค่ไม่กี่คันเท่านั้น

BMW E30 (ค.ศ.-1982-1994)

BMW E30 (ค.ศ. 1982-1994)

หลังจากที่รุ่นแรกออกมาแล้วได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี ทาง บีเอ็มดับเบิลยู ก็ไม่นิ่งนอนใจ รีบปล่อยรุ่นที่ 2 ออกมา จากรุ่นแรกที่มีแค่ 2 ประตู BMW Series 3 E30 รุ่นที่ 2 นี้ สามารถเลือกแบบ 4 ประตูได้แล้ว และยังคงเปิดประทุนได้ ซึ่งรุ่นนี้ถือเป็นตัวแรกของ ซีรี่ย์ 3 ที่มีระบบขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อที่เปิดได้ตลอดเวลา

BMW E30

มาพร้อมกับเครื่องยนต์ที่สามารถเลือกได้สองแบบ คือ

  1. เบนซิน 4 สูบ และ 6 สูบ มีขนาดความจุอยู่ที่ 1.6-2.7 ลิตร สามารถทำกำลังแรงม้าได้สูงถึง 89-168 ตัว
  2. เครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ มีขนาดความจุอยู่ที่ 2.4 ลิตร สามารถทำกำลังแรงม้าได้ถึง 84-114 ตัว

ซึ่งรุ่น E30 ถือเป็นรุ่นที่สร้างชื่อเสียงให้กับทาง บีเอ็มดับเบิลยู ที่สามารถเลือกตัวถังได้ครบทั้ง 4 ประตู และ 2 ประตู เป็นเจ้าแรก และด้วยผลตอบรับของยอดขายจากคนไทยที่มีต่อรุ่น E30 จึงทำให้ตัวแทนจำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยูประเทศไทย ได้สร้างไลน์ประกอบในไทยขึ้นมา

BMW E36 (ค.ศ.-1990-2000)

BMW E36 (ค.ศ. 1990-2000)

บีเอ็มดับเบิลยูได้สร้างรุ่นปฏิวัติวงการยานยนต์อีกครั้ง ด้วยการออกแบบตัวถังที่สามารถเลือกได้ครบทุกแบบ รวมถึงมาตราฐานใหม่ของตัวถังแบบ แฮทช์แบ็ค 3 ประตู เป็นครั้งแรก BMW Series 3 E36 ที่มีท้ายตัดและหลังคาหลังโปร่ง ทำให้สามารถที่จะเก็บของสัมภาระต่างๆ ได้มากขึ้น และตัวเครื่องก็ยังสามารถเลือกได้ทั้งเบนซินแบบ 1.6-3.2 ลิตร กำลัง 98-190 แรงม้า และดีเซล ขนาด 1.7 และ 2.5 ลิตร มาพร้อมกับเกียร์ที่สามารถเลือกได้ทั้ง เกียร์อัตโนมัติ 4-5 สปีด และเกียร์ธรรมดา 5-6 สปีด

BMW E36

แต่รุ่นนี้ไม่ได้ขับเคลื่อน 4 ล้อนะครับ เป็นขับเคลื่อน 2 ล้อ เพราะในตอนนั้นทางบีเอ็มดับเบิลยูได้หยุดทำการตลาดของตัวขับเคลื่อน 4 ล้อไปก่อน แต่ถึงแม้จะเป็นตัวขับเคลื่อน 2 ล้อ เจ้าซีรี่ย์ 3 E36 ถือเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ประสบความสำเร็จเร็วที่สุดแล้ว ภายใต้การตลาดของเครือยนรกิจ ซึ่งได้ใจคนไทยตรงที่ราคาขายที่เปิดออกมาถือว่าถูกมาก จนทำให้บริษัทแม่ บีเอ็มดับเบิลยู ตัดสินใจที่จะลงพื้นที่มาทำการตลาด และสร้างโรงงานผลิตที่ประเทศไทย ตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 90 จนมาถึงปัจจุบัน

BMW E46

BMW E46 (ค.ศ. 1997-2006)

ยังคงทำให้เราไม่ผิดหวังจริงๆกับค่าย บีเอ็มดับเบิลยู เมื่อในปี ค.ศ. 1997 ได้มีการพัฒนาและออกแบบที่ทำให้เป็นที่หน้าจดจำอีกครั้ง กับรูปโฉมใหม่โดยได้ดีไซเนอร์ชื่อดังเป็นคนออกแบบให้อย่าง คริส แบงเกิล ด้วยรูปโฉมที่ดูสปอร์ตมากยิ่งขึ้น หลังคาที่เปิดประทุนได้สุด อ่อแล้วตัวนี้เป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแล้วนะครับ

BMW Series 3 E46 มาพร้อมกันเทศโนโลยีใหม่ที่ใส่เข้ามา เช่น ระบบวาล์วแปลผัน, ระบบGPS, และระบบช่วยกระจายแรงเบรก (Electronic Brakeforce Distribution) ส่วนตัวเครื่องยนต์ก็ได้มีการปรับใหม่ เบนซินสามารถเลือกได้แบบ 4 สูบ และ 6 สูบ ขนาดความจุ 1.8-3.2 ลิตร สร้างกำลังได้ 103-235 แร้งม้า ส่วนตัวเครื่องดีเซล 4 สูบ มีความจุที่ 2.0 ลิตร และตัว 6 สูบ มีขนาดความจุที่ 2.9-3.0 ลิตร

BMW E46 1

หลังจากที่มีการก่อตั้งศูนย์ บีเอ็มดับเบิลยู ไทนแลนด์ เสร็จแล้วในปี ค.ศ. 1997 ไทยก็ได้ประสบปัญหาเศรษฐกิจ จึงทำให้มีการเปลี่ยนผ่านของเวลาที่จะเปิดตัวซีรี่ย์ 3 โฉมใหม่ ช้าไปหน่อย ซึ่งเปิดตัวในปี ค.ศ. 2000

BMW E90 (ค.ศ.-2005-2013)

รุ่นที่ 5 (ค.ศ. 2005-2013)

ในแต่ละครั้งที่ทาง บีเอ็มดับเบิลยู ได้มีการปล่อยตัวโฉมใหม่ออกมา ก็จะต้องทำให้เป็นที่หน้าจดจำทุกครั้ง ครั้งนี้ก็เหมือนกัน กับโฉมใหม่ที่ดูสไตล์โฉบเฉี่ยว และในครั้งนี้ทาง BMW ยังเปลี่ยนการเรียกชื่อของแต่ละรุ่นแยกออกไปไม่เหมือนกันอีกด้วย จากเดิมที่ไม่ว่าเป็นเป็นตัวถังแบบไหนก็จะใช้ชื่อเดียว

โดยโฉมซีรี่ย์ 3 ใหม่นี้มีทั้หมด 4 แบบด้วยกัน คือ E90 ชื่อรุ่นคือซีดาน, E91 ชื่อรุ่น ทัวริ่ง (เดิมเรียกแวกอน), E92 ชื่อรุ่นคูเป้ และ ตัว E93 เป็นตัวเปิดประทุน ซึ่งตัวเปิดประทุนนี้ก็ยังเป็นตัวแรกที่ทาง BMW ได้ใช้หลังคาแบบแข็งที่สามารถเปิดประทุนได้ด้วยไฟฟ้า ไม่พอครับ เป็นตัวแรกที่ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบที่ติดตั้งมาให้ตั้งแต่โรงงาน โดยมีขนาดเครื่องยนต์ให้เลือกตั้งแต่ 4 สูบ 1.6 ลิตร ไปจนถึง เครื่อง V8 สูบ 4.0 ลิตร กันเลยทีเดียว

คือต้องบอกว่าตัวรุ่นนี้เป็นครั้งแรกที่คนไทยไม่ต้องรอนานกับการเข้ามาเปิดตัวของรถ ซึ่งจากเดิมต่างประเทศเปิดตัวไปแล้วกว่าจะเข้าไทย ก็ต้องรอ 2-3 ปี แต่หลังจากที่บริษัทแม่ของทาง บีเอ็มดับเบิลยู ให้ความสำคัญกับการทำการตลาดในไทย ก็ทำให้ทุกอย่างมันดูงานและรวดเร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการซื้อและการเข้าศูนย์เพื่อซ่อม และยังมีโปรแกรม BSI ที่จะช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายในการซ่อมอีกด้วย

BMW F30

BMW F30/F31/F34 (ค.ศ. 2011-ปัจจุบัน)

เกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง  โดยครั้งนี้จะเป็นการตัวอย่างชัดเจนของตัวถัง คูเป้และแบบเปิดประทุน ให้กลายเป็น ซีรี่ย์ 4 แทน เหลือไว้เป็น BMW Series 3 แค่ ซีดาน F30, ทั่วริ่ง F31 และรุ่นฟาสต์แบ็ค (GT) ส่วนตัวถังรหัส F35 เป็นตัวถังยาวที่ผลิตข่ยเฉพาะในประเทศจีนเท่านั้น

ตั้งแต่มีกฎการลดมลพิษเพื่อการขับเคลื่อนเข้าสู่ยุคใหม่ ก็ทำให้บีเอ็มดับเบิลยู ต้องใช้เครื่องยนต์ที่เล็กลง  แต่ไม่ได้ด้อยลงไปนะครับ โดยเครื่องยนต์จะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยการใส่เทอร์โบเข้าไปแทน และการใช้มอเตอร์ไฟฟ้ามาเป็นตัวช่วยในการขับเคลื่อน ในรูปแบบที่เราเรียกกันก็คือ ปลั๊กอิน-ไฮบริด

BMW F30 1

โดยรุ่นนี้จะมีเครื่องยนต์ให้เลือก 3 สูบ ความจุ 1.5 ลิตร ให้แรงม้า 134 แรงม้า 4 สูบ ความจุ 1.6-2.0 ลิตร ให้แรงม้าที่ 181-248 แรงม้า และ 6 สูบ ให้แรงม้าสูงสุดที่ 302-335 แรงม้า ส่วนตัวเครื่องดีเซล ก็ยังคงมีให้เลือกแค่ 4 สูบ และ 6 สูบ ด้วยเกียร์อัตโนมัติ  8 สปีด

โดยรุ่นนี้ คือ รุ่นที่ได้รับการตอบรับจากคนไทยเป็นอย่างดีเหมือนเดิม โดยมียอดขายหมดก่อนที่จะทำการเปืดตัวรุ่นใหม่อย่าง G20 สะอีก

สรุป

ทั้งหมดนี้คือวิวัฒนาการของ BMW Series 3 ตั้งแต่ถือกำเนิดจนถึงปัจจุบัน เจ้าตัว ซีรี่ย์ 3 นี้ เป็นอีกรุ่นหนึ่งที่ได้รับความนิยมจากคนทั่วโลกเป็นอันดับต้นเลย เพราะในแต่ละโฉมก็จะมี รูปทรงที่เท่แตกต่างกันไป มีเอกลักษณ์คันละแบบ และเหนือสิ่งอื่นใดเลยที่ทำให้คนนิยมคือ ทางบีเอ็มดับเบิลยูเข้าทำออกมาได้ดีตลอด เรื่องสมรรถนะการขับขี่ ซึ่งดีเยี่ยมจริงๆ อันนี้ยอมรับได้เลยครับ ว่าถ้าหากคุณได้ลองขับแล้วจะหลงรักใน บีเอ็มดับเบิลยู แน่นอน

อ้างอิง

https://khaorot.com/

https://mgronline.com/

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here