ย้อนรอยตำนานเจ้าสนามแห่งความเร็ว Nissan Z สปอร์ตคาร์ ตระกูล แซด

0
27
Nissan Fairlady Z

จุดเริ่มต้นของการสร้างรถสปอร์ตคูเป้ Nissan Fairlady Z เดิมทีแล้ว นิสสัน มีชื่อเดิมว่า Datsun  ตัวเจเนเรชั่นแรกจึงมีชื่อว่า Datsun 240Z แต่ตัวล่าสุดในปี 2020 ได้เผยโฉมออกมาแล้ว โดยมีชื่อว่า Nissan Z Proto Concept เดี๋ยวเราไปดูกันครับว่าตลอดเวลากว่า 40 ปีจาก 1969 จนถึง 2009 การเดินทางของรถสปอร์ตทรงคลาสสิกคันนี้ มันสุดยอดมากแค่ไหนไปดูกันเลยครับ

nissan fairlady

สารสำคัญ

  • Datsun 240Z (ปี 1969-1977)
  • Datsun 280Z ZX (ปี 1978-1982)
  • Nissan 300 ZX (Z31) ช่วงปี 1983-1989
  • Nissan 300zx (Z32) ช่วงปี 1990-1996
  • Fairlady 350Z ช่วงปี 2003-2007
  • Fairlady 370Z ช่วงปี 2009-2020
  • Nissan Z Proto ปี 2020

nissan z

Datsun 240Z (ปี 1969-1977)

จุดเริ่มต้นของรถสปอร์ตคูเป้ ที่สร้างชื่อให้กับทาง นิสสัน มาอย่างยาวนาน เริ่มต้นสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1967 ชื่อ Dutsun 240Z นั่นมากจากที่ว่า เดิมทีแล้ว Nissan มีชื่อบริษัทเดิมว่า Datsun นั่นเอง ซึ่งตัวเจเนเรชั่นแรกนั้นถูกว่างขายทั่วโลก ที่รู้จักกันในชื่อ Datsun 240Z ตั้งแต่ปี 1969 จนถึงปี 1971 แต่สำหรับประเทศเจ้าของรถนั้น นิยมเรียกกันในชื่อ Datsun Fairlady Z หลังจากการปล่อยขายสู่ต่างประเทศครั้งแรก ก็กลายเป็นรถที่ถูกใจเหล่าสาวกนักซิ่งไปเลย ด้วยรูปทรงที่ดูสปอร์ตสองประตูของมัน ทำให้ผู้คนนั้นหลงไหลเป็นอย่างมาก

datsun 240z

งานดีไซน์ถือเป็นการผสมผสานจากยุโรปและอเมริกาได้อย่างยอดเยี่ยม ทรงฝากกระโปงยาว ท้ายสั้นกุด เครื่องวางหน้าและระบบขับเคลื่อนล้อหลัง เจเนเรชั่นแรก มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร เดี๋ยววัสดุทนทานและแข็งแรง ทำให้ 240Z สามารถวิ่งในอากาศที่เย็นได้แบบไม่มีสะสุด จากรอบต่ำที่สุดถึงสูงสุดได้อย่างลื่นไหล โดยได้มีการทดสอบแล้วว่าสามารถทำความเร็วได้ถึง 125 ไมล์ต่อชั่วโมง ละมีอัตราการเร่งตั้งแต่ 0-100 อยู่ที่ 8.9 วินาที

datsun fairlady 240z

ด้วยความที่เทคโนโลยีต่างๆ ไม่ได้เป็นที่นิยมเอามาใส่ในรถสปอร์ตสมัยนั้น จึงทำให้การออกแบบนั้นอาจดูแข็งๆ เบาะนั่งที่ดูไม่สบาย แต่ก็แลกมาด้วยระบบช่วงล่างที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด และ Datsun 240Z ก็กลายเป็นรถสปอร์ตจากเอเชีย ที่สร้างชื่อและดังไปทั่วโลกได้ในเวลาไม่นาน

จากการสร้างชื่อที่โด่งดังในตอนนั้น ในปี 1974 ก็ได้มีการปล่อยรุ่นต่อไปในทันทีคือ Datsun 260Z ที่เพิ่มเข้ามาเพียงแค่ตัวเครื่องที่มีความจุมากขึ้นเท่านั้น

เรื่องรถที่เกี่ยวข้อง

  1. Lamborghini Terzo Millennio Concept ซุปเปอร์คาร์ที่เป็นยนตรกรรมแห่งอนาคต
  2. Toyota Supra 2020 ตำนานโลกไม่ลืม!!

Datsun 280Z ZX (ปี 1978-1982)

Datsun 280Z ZX (ปี 1978-1982)

เมื่อการเดินทางของบริษัทรถยนต์อย่าง Datsun ต้องเจอกับวิกฤตการณ์ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นทั่วโลก ทำให้ส่งผลโดยตรงต่ออุสาหกรรมยานยนต์อย่างมาก รวมถึง Datsun เองด้วย

โดยภายหลังจากนั้นได้มีการเปลี่ยนชื่อบริษัทมาเป็น Nissan ในช่วงปีนั้นอีกด้วย ความพยายามที่จะพัฒนาต่อของทาง นิสสัน ในปี ค.ศ. 1978 ก็ได้มีการเปิดตัว เจเนเรชั่นที่สองของตระกูล Z ออกมา ได้ชื่อรุ่นว่า Datsun Fairlady 280 Z หลังจากปล่อยตัวนี้ออกมาทาง นิสสันเองก็ได้มีแนวทางการออกแบบที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ด้วยตัวฝากระโปงที่ยาว และท้ายสัน ที่ทำให้เป็นเอกลักษณ์ โดยทุกส่วนจะทำให้ดูโค้งมนมากยิ่งขึ้น

datsun 1978

เจเนเรชั่นที่สอง มาพร้อมกับหลังคาที่เป็น T-Bar ตัวเครื่องยนต์ที่แรงขึ้น และขนาดความจุที่มากขึ้น กับเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบเรียง ขนาดความจุ 2.8 ลิตร สามารถทำกำลังสูงสุดที่ 135 แรงม้า สามารถเลือกเกียร์ได้สองแบบคือ เกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 3 สปีด โดยรุ่นนี้ที่ออกมา ก็สามารถตีตลาดภายในประเทศได้เป็นอย่างดี และสามารถสร้างปรากฏการณ์ทำยอดจำหน่ายสูงสุดของรถสองประตูได้ในสหรัฐอเมริกาอีกด้วย

Nissan 300 ZX (Z31) ช่วงปี 1983-1989

Nissan 300 ZX (Z31) ช่วงปี 1983-1989

เมื่อทาง นิสสัน ถึงจุดที่ต้องทิ้งโฉมรถที่เรียบง่าย และดูแข็งแรงออกไป เพื่อที่จะรองรับยุคของเทคโนโลยีที่จะเข้ามา ตัวเจเนเรชั่นที่สาม เป็นการออกแบบใหม่ของรูปทรงตัวถังทั้งหมด

ตัวถังมีความมนโค้ง หน้ากดต่ำเพื่อเพิ่มสมดุลของตัวรถ ให้มีการความคุมที่ดีมากยิ่งขึ้น ไฟฟ้าที่ ป๊อป-อัป ที่จะกระดกขึ้นเมื่อเปิดไฟ และพับลงเมื่อปิดไฟ ซึ่งในยุคนั้นถือว่าได้รับความนิยมมาก

VG30ET

และเพื่อความแต่ต่างที่มากขึ้น ทางนิส ได้นำเครื่องที่ถูกซุ่มออกแบบมาเพื่อการแข่ง นำมาใส่ในเจ้า 300 ZX Z31 ก็คือเครื่องยนต์รหัส VG30ET ขับเคลื่อนล้อหลังที่เสริมความแข็งแกร่งด้วยเฟืองท้าย Differential เสริมแรงด้วยเทอร์โบ Graret ซึ่งสามารถสร้างกำลังสูงสุดได้ถึง 230 แร้งม้า

โดยรุ่นนี้ มีให้เลือกทั้งหลังคาแบบโลหะแข็ง และแบบเปิดประทุน (Convertible)  ก้าวแรกของทาง นิสสัน กับเจ้า Fairlady 300 ZX Z31 ยังถือว่าไม่เข้าที่สักเท่าไหร่ ด้วยเทคโนโลยีที่ใหม่และยังจับทางไม่ได้ จึงห่างจากคำว่ารถสปอร์ตยุคใหม่อีกไกลเลยทีเดียว

Nissan 300zx (Z32) ช่วงปี 1990-1996

Nissan 300zx (Z32) ช่วงปี 1990-1996

ตลอดช่วงเวลาหลังจากที่ทาง นิสสัน ได้กลับไปประชุมกันครั้งใหญ่และซุ่มคิด ว่าจะทำยังไงให้ ตระกูล Z กลับมาเป็นตัวเองอีกครั้ง จนได้มีการร่วมมือกันระหว่างบริษัทNissan Motor U.S.A และ Nissan Motor Australian เพื่อพัฒนาตัวรถใหม่

และแล้วในปี 1990 ก็ได้เวลาที่ตระกูล Z จะกลับมาอีกครั้ง กับการเปิดตัว นิสสัน 300ZX รถสปอร์ตที่สามารถเทียบเท่ากับรถปอร์ตระดับโลกได้ ด้วยเครื่องยนต์ V6 ขนาดความจุ 3.0 ลิตร Twin Turbo 3960cc สามารถสร้างกำลังสูงสุดได้ที่ 280 แรงม้า และมาพร้อมกับระบบบังคับเลี้ยวแบบสี่ล้อที่ถือว่าทันสมัยสุดแล้วในยุคนั้น เพื่อการควบคุมที่ดีมากยิ่งขึ้น

Nissan 300zx (Z32)

บางคนอาจจะไม่เชื่อนะครับว่ารถคันนี้มันแรงจริงๆ เพราะทาง นิสสัน ได้นำตัวถังรุ่นนี้ไปลงแข่ง แล้วสามารถคว้าชัยชนะได้เป็นว่าเล่น ซึ่งการันตีความนิยมได้จากยอดขายทั่วโลกถึง 1,087,490 คัน และยุติการผลิตลงไปในปี ค.ศ. 1996 เพราะเนื่องด้วยกฎหมายใหม่ของทาง สหรัฐอเมริกา ที่ส่งผลต่อยอดขายหลัก เนื่องจากขัดผลประโยชน์ทางธุรกิจยานยนต์กับทางอเมริกานั่นเอง

350z

นิสสัน Fairlady  350Z ช่วงปี 2003-2007

แม้ว่าจะผ่านอุปสรรคต่างๆมามากมาย ทางนิสสัน ก็ไม่ได้ย่อท้อ มุ่งมั่นที่จะพัฒนา รถสปอร์ตตระกูล Z-Car ต่อไป หลังจากที่ผ่านมากว่า 7 ปี ในปี ค.ศ. 2003 ทาง นิสสัน ได้เปิดตัวเจเนเรชั่นที่ 5 อย่างยิ่งใหญ่และได้รับความนิยมจากคนทั่วโลกอีกครั้ง ด้วยรูปทรงที่ดูสั้นป้อม และหลังคาที่มนโค้งรับกับตัวรถ ซึ่งแตกต่างไปจากเดิมทั้งหมด จนกลายเป็นที่หน้าจับตามองของเหล่าสาวกรถซิ่งทั่วโลก

nissan 350z

ซึ่งแม้ว่ารูปทรงจะไปเปลี่ยนไปก็ตาม แต่ทาง นิสสัน ก็ยังคงคอนเซ็ปต์เดิม คือ เครื่องวางหน้า ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง นิสสัน 350Z เป็นรถที่แรงตั้งแต่ออกโรงงาน ด้วยเครื่อง V6  รหัส VQ35 HR DOHC, continuously variable valve timing ความจุ 3,498cc สร้างกำลังได้ 287-313 แรงม้า จากการทดสอบสามารถทำ 0-100 ด้ภายใน 5.7 วินาที และมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

350z nissan

การกลับมาอีกครั้งของ นิสสัน กับรุ่น 350Z สายเลือดรถแรงของประวัติศาสตร์สู่รถสปอร์ตยุคใหม่ของทาง นิสสัน ได้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง

Carlos Ghosn

ช่วงปี 2009-2020

ถึงแม้ว่าตัวถังโฉม Fairlady Z จะเป็นโมเดลที่สร้างชื่อและถือว่าขายดีของทาง นิสสัน แต่ก็ถือว่าเป็นบริษัทที่แม้ว่าจะขาดทุนและประสบปัญหาต่างๆมานานอยู่หลายปี แต่ก็ต้องขอบคุณ CEO สูงสุดของบริษัท Carlos Ghosn ที่กล้าตัดสินใจและและนำพา นิสสัน เข้าสู่วงการยานยนต์ระดับโลกได้ และโมเดลที่สร้างชื่อให้กับ นิสสัน อีกรุ่นก็คือ Nissan Faielady 370Z โฉมนี้ตังถังจะยังคล้าย 350Z อยู่ แต่ต้องพูดว่าได้มีการอัพเกรด ให้มีความสมบรูณ์แบบมากยิ่งขึ้น ด้วยการปรับสไตล์ที่ดูโฉบเฉี่ยวให้ดูมีความสปอร์ตมากยิ่งขึ้น ช่วงล่างที่หนึบขึ้น และเสริมการควบคุมที่ดีมากยิ่งขึ้น ด้วยการปรับปรุงแซสซีใหม่ทั้งหมด ความแรงจากเครื่องยนต์ ยังถือว่าทำได้ดีเหมือนเคยครับ

nissan 370z

เครื่องยนต์เบนซินวางหน้า V6 ขนาด 3,696cc สามารถสร้างกำลังได้ 332 แรงม้า เกียร์สามารถเลือกได้สองแบบ คือ แมนน่วนและอัตโนมัติ 6 สปีด ซึ่งโฉม 370Z ที่ปรับปรุงเรื่องช่วงล่างและเครื่องยนต์ที่ดีขึ้น สามารถทำ 0-100 ได้ 4.4 วินาที เร็วจัดเลยครับ ซึ่งผมมองว่า ถ้าจะนำไปเปรียบเทียบกับรถสปอร์ตกับค่ายดังก็ไม่ได้ด่อยเลยนะครับ โดยโฉมนี้ก็ยังวางขายทั้งแบบมีหลังคาและเปิดประทุนแบบผ้าใบเหมือนโฉมที่ผ่านมา

Sports Car

ปี 2020

ตั้งแต่ทาง นิสสัน ได้มีการปล่อยตัวถังโฉม Nissan 370Z ในปี ค.ศ.2009 ก็ไม่ได้มีการปล่อยโมเดลใหม่ออกมาอีกเลย กว่า 11 ปีแล้วครับ แต่ 17 กันยายน ปี 2563 ได้ปล่อยตัวโมเดลออกมาให้โลกได้ชม รถสปอร์ตแนวคิดใหม่กับ Nissan Z Proto Concept ซึ่งทาง นิสสัน ก็ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลอะไรมากนัก

all design nissan z Proto 2021

เอาเป็นว่าดูรูปทรงโฉมนี้ก่อนนะครับ โดยรวมแล้วจะพูดได้ว่าจะออกแนวทรงสปอร์ตที่มีความรวมสมัย ยุคเก่า กับยุค ใหม่ จนกลายเป็นแนวคิดใหม่ที่จะสานต่อประวัติศาสตร์ความแรงอีกครั้ง กับเครื่อง V6 ขนาด 3.0 ลิตร Twin Turbo ซึ่งจากการให้สัมภาษณ์ของทางนิสสันได้แจ้งเอาไว้ว่า Series Z ตัวใหม่นี้ จะสามารถสร้างกำลังได้ถึง 400 แรงม้า พร้อมกับเกียร์ที่เป็นแบบแมนน่วนและอัตโนมัติ 6 สปีด เลยทีเดียว

สรุป

แต่ละโฉมแต่ละปี ก็จะมีคนที่ชอบและไม่ชอบ แต่เอาเป็นว่าถ้าใครจะชอบในรถปอร์ตที่มีรูปทรงเท่ไม่เหมือนใครและมีความแรงที่ได้ดั่งใจ เอกลักษณ์เครื่องยนต์วางหน้าและระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ยังไงทาง Nissan ก็ยังทำออกมาได้  หากใครชอบประวัติรถสปอร์ตก็ฝากติดตามเว็บไซต์ Roadrang.com ไว้ด้วยนะครับ

อ้างอิง: Thairath.co.th

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here